รีวิว : ป้าแฮปปี้ She ท่าเยอะ เมื่อชีวิตไม่ได้ดั่งใจ จะไปร้องไห้บอกฟ้าหรือตะโกนแฮปปี้ดีออก

Facebooktwittergoogle_pluslinkedinmail

ถ้าวันนึงคุณต้องอยู่ในสถานการณ์ของคนว่างงาน อกหักรักข้างเดียว และเวลาที่จะใช้ชีวิตเหลือเพียงแค่ริบหรี่ มีแต่นาทีที่นับถอยหลังจะทำอย่างไร
จะร้องไห้กับโชคชะตา หรือหันหน้าตะโกนบอกโลกว่า “แฮปปี้ดีออก” แบบ ป้าแฮปปี้ She ท่าเยอะ

ลองฟัง “แฮปปี้ดีออก” เพลงประกอบภาพยนตร์ “ป้าแฮปปี้ she ท่าเยอะ”

เนื่องจากนี่เป็นบล็อกเรื่องเพลงนะครับ คงพูดเรื่องนี้ก่อนตัวหนัง
เพลงประกอบภาพยนต์ ป้าแฮปปี้ She ท่าเยอะ ในเมือได้ เบน ชลาทิศ มาแสดงนำ
ฉะนั้นคงไม่มีใครเหมาะสมในการร้องเพลงนี้เท่าเบนแล้วล่ะ

ส่วนตัวแล้วก็เห็นว่า M๓๙ ทำเพลงประกอบหนังได้ไม่เลวนักในช่วงหลัง
อย่างเพลงประกอบ คู่กรรม อย่าง ฮิเดโกะ หรือ ผมจะรอคุณ ในคู่กรรม นั่นก็เป็นตัวอย่างที่ดี
คือทำเพลงเพลงแบบเข้าใจบริบทขของหนังน่ะ

อ่อ..มีการเปรียบเทียบเพลง แฮปปี้ดีออก  กับเพลง ชักกระตุก ของ Double Tap ว่าลอกเลียนกัน

เพลงประกอบหนังทั้งสองเรื่องมันเป็นเพลงอิเล็คโทรนิคทั้งคู่ครับ
คือ แฮปปี้ดีออกนี่มีส่วนผสม 8 Bit Style  ยุค 80’s ปนความโจ๊ะแบบบีทไทย
ส่วน ABC ชักกระตุกนี่ Euro Techno ปนสามช่า
คือถ้าพูดกันจริงๆ คือมันเพลงสไตล์ดีเจรถบั๊มพ์ทั้งคู่เลยล่ะ

ที่เขียนแบบนี้ไม่ได้เป็นติ่ง M๓๙  แต่อย่างใด
ผมก็เป็นแฟนคลับของ Double Tap ตั้งแต่ยังทำ Beat Box โชว์นะ

เสียงร้องของเบน ชลาทิศ เราเริ่มเห็นความกระุแดะกันขึ้นเรื่อยๆ
ตั้งแต่งานของ Monkey Disco Boy ในเพลง Gay Night
คำว่ากระแดะนี่คือคำชื่นชมจากผมนะ ถือว่าเบนตีโจทย์ได้แตก และคนทำเพลง
เพราะทำได้ตรงตามคาแรคเตอร์ของหนังที่กอล์ฟพี่เป็นตุ๊ดลั๊ลลาแต่ว่าปากจัด

เอนหลังนั่งดู “ป้าแฮปปี้ she ท่าเยอะ”

pahappy-001

หนังเรื่องนี้กำกับโดย คุณ พฤกษ์ เอมะรุจิ เป็นอดีตเบื้องหลังซิทคอมยุคบุกเบิกของ GTH
ก่อนหน้านี้ผมมีโอกาสได้ดูหนังของค่าย M๓๙ คือคุณนายโฮ และฟัดจังโตะ
คือป้าแฮปปี้เป็นแนวเหนือจริง เล่นใหญ่ คาแรคเตอร์มีความเป็นการ์ตูนสูง
คล้ายๆ สองเรื่องเรื่องที่ว่า แต่เทียบกับคุณนายโฮจะดูชัดกว่านิดหน่อย

คือการไปดูถ้าไม่สามารถสลัดทิ้งการดูหนังแบบเอาความจริง
เอาความเป็นไปได้เป็นที่ตั้ง  มันก็จะมีแต่คำว่าจับผิดไปทั้งเรื่อง
ต้องถามตัวเองก่อนว่าเป็นนักดูหนังแบบไหน ก่อนตีตั๋วเข้าไปดู

หนังเรื่องนี้อยู่เรท น.15+ คืออย่าพาลูกเด็กเล็กแดงไปดูนะครับ ต้องวัย 15 ขึ้นไปเท่านั้น
คือเรื่องมันอยู่กันในหมู่เพื่อนที่ปากจัดซักหน่อย
ฉะนั้นคำผรุสวาทก็จะกระจัดกระจายบินไปว่อนทั้งเรื่องทั้งตัวแสดงฝ่ายไทยและฝรั่ง
ตามที่เห็นตัวอย่างหนังที่ปล่อยมานั่นล่ะ

หนังเรื่องนี้เราเรียกว่าหนังร้อยมุขครับ ร้อยมุขนี่เป็นทั้งคำกริยา และจำนวนนับ

ร้อยมุข คือมุขสาดกันมา สองใน สามของเรื่อง มีเว้นยรรคก็ช่วงดราม่า กับช่วง tie-in สินค้านี่ล่ะ
ร้อยมุข คือการที่เส้นเรื่อง กับการ ชง ปู ตบ เอามุขมาร้อยต่อกัน แล้วดำเนินกันต่อไปเรื่อยๆ จนจบนี่ล่ะ

อ่อ..นี่เป็นการเล่นภาพยนต์ครั้งแรกของ แพนเค้ก เขมนิจ และ เบน ชลาทิศครับ

การแสดงของนักแสดง “ป้าแฮปปี้ she ท่าเยอะ”

pahappy-002

แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์ ผมไม่ค่อยได้กดดรีโมทนั่งดูเธอในละครเท่าไหร่
เพราะดูยังไงก็ไม่ถึงดูดสายตาเท่าเวลาเธอถ่ายภาพนิ่ง
แต่เรื่องนี้คงต้องยอมเธอเรื่องนึง  อย่างที่บอกไปตั้งแต่ย่อหน้าที่แล้วคือหนังเรื่องนี้เล่นใหญ่
และคาแรคเตอร์ “ปีสุข” เหมือนการ์ตูน
เราเห็นเลยภาพของ “ปีสุข”ในสภาพหัวฟูจนดูรู้สึกเหมือนหลุดมาจากการ์ตูนแบบเนิร์ดมุ้งมิ้ง
อันนี้ผมยกความดีให้คอสตูม

แต่ยอมรับเลยว่าแพนเค้กเล่นได้แบบไม่ห่วงสวย
น่ารักในบทตลก และเล่นบทดราม่าด้วยสายตาจริงๆ
จนบางครั้งจจะดูมั่นไส้ว่ารักพระเอกในเรื่องง่ายเกินไปรึเปล่า

เบน ชลาทิศ นี่คงต้องยกความดีให้นักแสดง และคนแคสตัวละคร
เหมือนกับเขียนบทมาเพื่อเบนเล่นเป็นกอล์ฟฟี่เลยจริงๆ ดูยังไงก็ไม่มีใครไม่ใครเหมาะเท่า
แม้เราจะขัดใจกับความไม่มีที่มาที่ไปของ T26 ในหลายส่วนที่พยายามจะใส่เข้าไปในเรื่อง
ว่าจู่ๆตัวละครสามารถพาคนอื่นให้มาเต้นไปกับเขาได้ยังไง
แต่ทุกครั้งที่เบนออกมาในฉาก คนดูส่วนนึงก็พร้อมจะให้อภัยเพราะความเบิกบานทวารทั้งเจ็ด
และคิดว่าภาพแบบนี้ตุ๊ดลั๊ลลาคงติดสายตาคนดู และคงติดตัวกับเบนไปอีกพักใหญ่

บีม-วรานิษฐ์ จิราโรจน์เจริญ

แม้ว่าหน้าหนังจะดูลืมๆ เธอไปสักหน่อย แต่บทของเธอยังก็จำเป็นต้องมี
ในเมื่อสองตัวละครนั้นเล่นใหญ่ไปทั้งคู่ ก่อนที่จะกู่ไม่กลับ
ก็ต้องมีคนมาดึงๆรั้งๆเอาไว้ในฐานะคนปรกติที่สุดในบรรดากลุ่มเพื่อนสามคน
บทเรียบๆ เหมือนไม่ค่อยมีบทบาทอะไร แต่นี่คือตัวดึงสู่เส้นเรื่องให้เดินได้ต่อไป

ผมลืมใครไป อ๋อ..หมายถึงพระเอกสินะ
พระเอกเหรอ…เอาเป็นว่า คาแรคเตอร์คล้ายๆ กับเป้ อารักษ์น่ะครับ
มีความรู้สึกให้พูดถึงเท่านี้จริงๆ

ดูดีมั้ย “ป้าแฮปปี้ she ท่าเยอะ”

pahappy-010

1.  ย้ำ…นี่คือหนังแบบร้อยมุข. ร้อยนี่เป็นทั้งกริยาและจำนวนนับ
ถ้าคุณเป็นคนดูหนังแบบธรรมดาไม่คิดแบบจับผิดกับมุข  หนังก็จะขำระดับ น.15+
อันนี้ผมแอบดูจากคนรอบข้างในโรงเขาขำกันเรื่อยๆ คือสาดมาเป็นร้อยมุขมันต้องโดนบ้างล่ะน่า

แต่ถ้าคุณทำงานเป็นพวกครีเอทีฟ เป็นคนคิดมุกกับงานสร้างสรรค์ในทุกวันคุณคงจะเฉยๆ
อันนี้ผมรู้สึกส่วนตัวเพราะมีอาชีพพวกนี้ มุขในหนังมันคิดทันกันได้อยู่แล้ว

2. ฉากที่ประเทศมอลต้าในช่วงท้ายสวยมาก
ถึงแม้ผมจะสงสัยอยู่เหมือนกันว่าทำไมต้องไปถึงนั่น ทำไมต้องใส่มา ได้ข่าวว่านางเอกตกงานเอาเงินมาจากไหน
แต่สุดท้ายต้องไปนั่งควานหาข้อมูลประเทศที่ว่าอยู่ส่วนบนแผนที่โลก

3. หนังสั้นมากตามสไตล์ คือ 85 นาที ดูแป๊บๆ  อ้าว…จบละ
การตัดและลำดับค่อนข้างเหวี่ยง ถ้าจะดูให้รู้เรื่องก็ไม่ควรหันหน้าไปไหน

4.  หนังคอมมิดี้ของค่ายนี้มักจะมีประเด็นให้คิด ถึงบางครั้งมันจะถูกลืมไปบ้างเพราะหน้าหนัง
หลายๆคำพูดนึงของตัวละครอย่างปีสุข ก็ทำเอาสะอึกไปเหมือนกันจนต้องกลับเอามาคิด
ความเชือบางอย่าง ถึงเราจะรู้ว่ามันไม่จริง ถ้ามันไม่เลวร้าย หรือทำร้ายใครก็ปล่อยไปเถอะ
ถ้ามันทำให้ใครสักคนมีกำลังใจใช้ชีวิต และเป็นสิ่งสุดท้ายที่เขาเหลืออยู่ก็เป็นได้

ขอบคุณ :  M39studios ที่เอื้อเฟื้อโอกาสครับ

Facebooktwittergoogle_pluslinkedinmail

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.