ย้อนรอยก่อนคอนเสิร์ต The Prodigy Live In Bangkok

Facebooktwittergoogle_pluslinkedinmail

the-prodigy-live-in-bangkok
ครั้งแรกในประเทศไทย และประเทศแถบ AEC ที่เจ้าพ่อดนตรี Break Beat ยุค 90’s อย่าง The Prodigy
จะนำพาชาว Rave ไปพบกับความหนักหน่วงของดนตรีอิเล็คโทรนิค กับคอนเสิร์ต OD – THE PRODIGY & More Live ในเดือนสิงหาคมนี้

 the_prodigy

สมาชิกของ The Prodigy

– Liam Howlett (หัวหน้าวง , มือคีย์บอร์ด และผู้ทำดนตรี)
– Keith Flint (ร้องนำ)
– Maxim (MC, นักร้อง)

อัลบั้มของ The Prodigy

เกือบทุกอัลบั้มของ The Prodigy ล้วนแต่มีวางขายในไทยตั้งแต่ยุคเทปคาซเซ็ตไล่มาตั้งแต่ 

Experience XL Recordings 28 September 1992
Music For The Jilted Generation XL Recordings 4 July 1994
The Fat Of The Land XL Recordings 30 June 1997
Always Outnumbered, Never Outgunned XL Recordings 23 August 2004
Invaders Must Die Take Me To The Hospital 23 February 2009
The Day Is My Enemy Take Me To The Hospital 30 March 2015

เพลงที่ต้องฟังของ The Prodigy

Experience  อัลบ้มแรกของทางวง เราเรียกเป็นอัลบั้มโลกสวย เพราะยังอุดมไปด้วย Synth และมีการร้องแบบ Ragga เข้ามาผสม อัลบั้มนี้ยังไม่มี Keith Flint เข้ามาร่วม แต่ Maxim ได้เข้ามาร่วมร้องในอัลบั้ม
อัลบั้มนี้ไต่ได้สูงสุดที่อันดับ 12 ของ UK Chart เพลงที่ควรฟังคือ

  • Jericho
  • Chaly
  • Fire
  • Everybody in the Place
  • Out Of Space
  • You love

Music for the Jilted Generation ทิ้งช่วงไปสองปี ก็กลับมาพร้อมกับอัลบั้มที่สอง  ซึ่งอัลบั้มนี้มีการทำ Remaster อีกครั้งในปี 2008 งานเกือบทั้งหมดยังถูกรับผิดชอบโดย  Liam Howlett และ Maxim เริ่มมีบทบาทมากขึ้นเล็กน้อยในฐานะตำแหน่งนักร้องชองวง โดยอัลบั้มนี้ขึ้นอันดับหนึ่งทั้งฝั่ง  UK Chart  และ Billboard 200  อัลบั้มนี้ยังฟังง่ายครับอุดมไปด้วย Synth
ซึ่งเพลง Their Law ถูกนำไปใช้เป็นชื่ออัลบั้มรวมซิงเกิ้ลด้วย เพลงที่ควรฟังคือ

  • Break and Enter
  • Their Law
  • Voodoo People
  • Speed Way
  • Poison

The Fat Of The Land  อัลบั้มที่สามของทางวงที่ทุบพื้นโลกดนตรีให้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
ไร้แล้วซึ่งเสียง Synth โลกสวย มีแต่ความเกรี้ยวกราด ความหลอน ล่องลอย และหนักหน่วงของดนตรี Break Beat
ชื่อของอัลบั้มมาจากสำนวน ‘living off the fat of the land’  ซึ่งหมายถึงดินแดนที่ใช้ชีวิตอย่างอยู่ดีมีสุขและร่ำรวย
ในอัลบั้มนี้  Keith Flint ได้เข้ามาในตำแหน่งร้องนำ และเขียนเนื้อเพลง  และ Maxim ทำหน้าที่ MC และนักร้อง
และด้วยทิศทางที่เปลี่ยนไปนี่เอง เลยมี MV หนึ่งเพลงที่ถูกห้ามออกอากาศนั่นคือ  Smack My Bitch Up

อัลบั้มนี้ไม่ได้ไต่แค่ที่อันดับ 1 ของ UK Chart  และBillboard  แต่ยังไปถล่มยังประเทศออสเตรเลีย แคนาดา และสวีเดน
เพลงที่ควรฟังคือ

  • Smack My Bitch Up
  • Breathe
  • Diesel power
  • Funky S**t
  • Serial Thrilla
  • Narayan
  • Firestarter

Always Outnumbered, Never Outgunned  อัลบั้มที่สี่ของทางวง ถึงอัลบั้มชุดที่แล้วจะสร้างความสำเร็จแบบถล่มทลาย แต่อัลบั้มนี้คือหายนะทางยอดขาย แม้จะขึ้นอันดับ 1 ของ UK  แต่ใน US Chart ทำได้เพียงอันดับที่ 62 และในหลายประเทศก็ไต่ไปได้แค่อันดับกลางเท่านั้น ชื่ออัลบั้มได้มาจากจากนิยายของ  Walter Mosely เรื่อง ‘ Always Outnumbered’  แม้จะเงียบด้านยอดขายแต่ก็ยังมีเพลงที่ควรฟังคือ

  • Spitfire
  • Girls
  • Hotride
  • Wake Up Call

Invaders Must Die  ถึงจะหายใจแบบรวยรินกับยอดขายในอัลบั้มชุดที่แล้ว แต่พวกเขาก็ไม่หยุดทำเพลงจนออกอัลบั้มชุดที่ห้า ซึ่งเรียกศรัทธามหาชนชาว Rave ให้กลับมามองได้อีกครั้ง ภายใต้สังกัด Take Me to the Hospital ชื่อเดียวกับเพลงในอัลบั้ม
ถึงยอดขายจะดีขึ้น แต่อันดับบน UK Chart   ไปได้สูงสุดคือ อันดับที่ 4   เพลงที่ควรฟังคือ

  • Take Me to the Hospital
  • Invaders Must Die
  • Omen
  • Thunder
  • Take Me to the Hospital
  • Warrior’s Dance
  • World’s on Fire

The Day Is My Enemy ทิ้งช่วงยาวนานไปถึงหกปี หลังจากที่ปล่อยเพลงใหม่ออกมาในช่วงปี 2011-2012
พร้อมกับคำสัญญาขอเวลาอีกไม่นาน แล้วจะคืนความหนักหน่วงให้เธอประชาชนชาว Rave
พวกเขาใช้เวลาสี่ปีในการทำอัลบั้ม และสองสมาชิกอย่าง Maxim และ Keith Flint
ก็มีส่วนร่วมในอัลบั้มอย่างเต็มที่กว่าที่ผ่านมา  ด้วยแรงศรัทธาจากสาวกเลยนำพาอัลบั้มนี้ขึ้นไปสู่อันดับ 1 ของ UK Chart
และอันดับ 2  Dance/Electronic ของ Billboard    เพลงที่ควรฟังคือ

  • The Day Is My Enemy
  • Nasty
  • Ibiza
  • Wild Frontier
  • Get Your Fight On
  • Wall of Death

The Prodigy Live in Bangkok ควรไปดูดีมั้ย

ผู้เขียนจัดว่า OD – THE PRODIGY & More Live นี่เป็นหนึ่งคอนเสิร์ตที่ควรดูสักครั้ง ‘ก่อนตาย’
เพราะวงดนตรีวงนี้ที่มีอิทธิพลกับชาว Rave ยุค 90’s ไม่ใช่โอกาสที่หาดูได้ง่ายนัก
และนี่อาจจะเป็นโอกาสครั้งแรก และครั้งสุดท้ายที่เราจะได้ดูพวกเขาแสดงสดในไทย
ไปดูตอนที่พวกเขายังมีพลังเหลือเฟือเถอะครับ

คอนเสิร์ตจะมีวันที่ 11 สิงหาคม 2015 แสดงที่ไบเทคบางนา บัตรมีจำหน่ายแล้วที่ www.thaiticketmajor.com
ประตูเปิด 16.00 น. งานนี้มีสองเวทีครับ คือ

MAIN STAGE

    • THE PRODIGY
    • Barbies / Gene Kasidit / Kidnappers

ME STAGE

THE TRIPLE S – DJ Suharit / Spydamonkee / DJ Seed
Stylish Nonsense / DJ Pichy / MC Tul Apartment Khunpa/
Kingkong Zoo Studio / Superrzaaap Djs / Sunju Hargun /
MELA ‘s Djs feat. Krit Morton & Kova O’ Sarin

ผมเลือก Wild Frontier ในเวอร์ชั่นการแสดงสด ที่งาน Future Music ในออสเตรเลียเมื่อช่วงต้นปีที่มา
เป็นการกระตุ้นความอยาก แล้วเจอกันที่งานครับ

 

http://www.theprodigy.com

https://twitter.com/the_prodigy

https://instagram.com/theprodigyofficial

Facebooktwittergoogle_pluslinkedinmail

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.